กิจกรรมประจำหน่วยที่ 2 เรื่อง
หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process) คือ ขั้นตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการ
ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์
ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด 7 ขั้นตอน ได้แก่
1.กำหนดปัญหาหรือความต้องการ
(Identification the problem,need or
preference)
2.รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Information)
3.เลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Selection of the
best possible solution)
4.ออกแบบและปฏิบัติ
5.ทดสอบ (Testing to see if it works)
6.การปรับปรุง (Modification and improvement)
7.ประเมินผล (Assessment)
2.จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้
พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง
1)ข้อมูล
2)สารสนเทศ
3)ความรู้
1)ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริง
2)สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว
3)ความรู้ คือ
ความเข้าใจในสาระสำคัญ สัมพันธ์กัน คือ
ข้อมูลเมื่อผ่านกระประมวลผลแล้วจะกลายเป็นสารสนเทศ และก่อนที่จะนำสารสนเทศไปใช้
เราต้องเอาไปผ่านการสังเคราะห์เพื่อให้กลายเป็นความรู้ก่อนเพื่อช่วยในการตัดสินใจ
3.จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักเรียนเองว่า
ความรู้ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร
เวลาเราเลือกซื้อของใช้และของกิน
เราต้องใช้ความรู้ในการพิจารณาของเหล่านั้นว่า มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาหรือไม่
และการเปรียบเทียบคุณภาพของสิ่งของ2อย่างว่าสิ่งไหนมีประสิทธิภาพที่สามารถใช้สอยได้ดีกว่ากัน
4.การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีอย่างไร
และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไร
การดูแลรักษาข้อมูล อาจประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้
(1) การเก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้
(2) การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล
(3) การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา
(4) การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันผู้บริหารต้องสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันตลอดจนการผลักดันของสังคมที่มีการใช้ระบบสื่อสารข้อมูลที่ทันสมัยมากขึ้น การแข่งขันในธุรกิจจึงมากขึ้นตามลำดับ มีการใช้คอมพิวเตอร์มาวิเคราะห์ แยกแยะ และจัดสรรข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถมากขึ้น มีขนาดเล็กลง และราคาถูกลง การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจึงแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ตลอดจนระบบสื่อสารก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ระบบสารสนเทศขององค์การที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อที่ 5 การเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
วัตถุประสงค์ คือ
เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเผยแพร่และต้องคำนึงถึง
กลุ่มคนที่เราต้องการให้รับรู้และให้ได้ประโยชน์
ข้อที่ 6 จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา
ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ตอบ ปัญหา คือ รัปประทานอาหารเย็นดึก
วิธีที่ 1 รัปประทานให้ไวกว่าเวลาเดิม ข้อดีไม่อ้วน ข้อเสียหิวตอนดึก
วิธีที่ 2 หาของว่างกินตอนดึก ข้อดี อิ่มทำให้หลับสบาย
ข้อเสียอ้วน
วิธีที่ 3 รัปประทานเป็นผักผลไม้ ข้อดีสุขภาพดี
ข้อเสียรับสารอาหารไม่ครบ
7.ปัญหาง่ายๆในชีวิตประจำวัน
จำเป็นต้องใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใด
จำเป็น เพราะ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น
ข้อที่ 8 การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย
และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาประเด็นสำคัญของปัญหา
ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการแก้ปัญหา
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา
ขั้นตอนที่ 4 พิจารณารายระเอียดว่าเหมาะสมหรือไม่
ขั้นตอนที่ 5 พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอหรือไม่
ถ้าไม่เพียงพอให้กลับไปขั้น ตอนที่ 1
ประโยชน์ คือทำให้งานสำเร็จง่ายขึ้น
ข้อที่ 9 จงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่
เพราะเหตุใด
ตอบ การเก็บงานที่สำคัญโดยบันทึกไว้หลายๆที่เพื่อป้องกันงานถูกทำลาย
เป็นวิธีที่เหมาะสมเพราะถ้าไฟล์งานอันใดอันหนึ่งเสีย
ก็ยังมีงานที่บันทึกไว้ที่อื่นอยู่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น